ThaiProperty.in.th Logo






บทความ ความรู้ การเลือกซื้อบ้าน การตกแต่งบ้าน

ตรวจเช็คเครดิตคุณ จากเครดิตบูโร

วันที่ 18 ตุลาคม 2552

credit03 ปัจจุบัน การที่คนส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้จากการใช้บัตรเครดิต ลูกหนี้จากการซื้อที่อยู่อาศัยหรือซื้อรถยนต์ ที่มีราคาหลายแสนหลายล้านบาท ส่วนใหญ่จำเป็นต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งจากสถาบันการเงินและทำการผ่อนชำระในแต่ ละเดือน เป็นระยะเวลานานหลาย ๆ ปี บางท่านอาจไม่คิดว่าการติดค้างหนี้บัตรเครดิตหรือการไม่ผ่อนชำระหนี้ตาม กำหนด ซึ่งอาจจะด้วยมีปัญหาหรือความจำเป็นอะไรในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดก็ตามและท่าน ละเลย หลงลืม ไม่มีการติดต่อกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินเหล่านั้น จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ และต้องมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอีกครั้ง ทำให้ท่านต้องเสียเครดิตไปโดยไม่รู้ตัว

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 25 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของข้อมูล ให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะตรวจสอบข้อมูลของตนจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่ง ชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของบุคคลจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิต ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่แท้จริงไม่เกิน 3 ปี สำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจะเก็บข้อมูลไว้เป็นเวลา 5 ปี โดยข้อมูลใหม่จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าไปเรื่อย ๆ โดยสถาบันการเงินจะส่งรายงานประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกรายไปยังเครดิต บูโรทุกสิ้นเดือน

หากจำได้ ในตอนที่คุณจะซื้อรถยนต์หรือซื้อบ้าน คุณจะได้รับแบบฟอร์มจากพนักงานขายให้กรอกแบบฟอร์มเพื่อยินยอมให้ทำการตรวจ สอบข้อมูลการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของคุณจากเครดิตบูโร ประกอบกับการยื่นขอสินเชื่อซึ่งทำให้สถาบันการเงินสามารถที่จะเรียกดูข้อมูล ประวัติการชำระหนี้ของคุณได้และนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

credit04 “เครดิตบูโร” จะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลของการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิต รวมเรียกว่า “รายงานข้อมูลเครดิต” รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี ดังนั้นการชำระสินเชื่อให้ตรงเวลาทุกครั้ง จะเป็นการรักษาเครดิตของคุณที่ดีที่สุด

ด้วยข้อมูลเครดิตนี้จะทำให้สถาบันการเงินรู้วินัยทางการ เงินของผู้ขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระที่ดี การ เปิดเผยข้อมูลเครดิตก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ เราคงได้ยินบางท่านพูดว่า ไม่ได้รับสินเชื่อเพราะติดแบล็กลิส (Black list) จากเครดิตบูโร จริง ๆ แล้ว เครดิตบูโรไม่ได้มีการจัดทำแบล็กลิสของผู้ขอสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรมีขอบเขตหน้าที่ในด้านการรวบรวมประวัติหรือพฤติกรรมในการ ชำระหนี้ หรือความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทุกบัญชีจากสถาบันการเงินเท่านั้น ช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยหากเป็นลูกค้าที่ดี สถาบันการเงินจะใช้ข้อมูลเครดิตเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพิจารณาสินเชื่อ การตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้สินเชื่อนั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น รายได้ หลักประกัน บุคคลผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

ถึงแม้คุณชำระหนี้ที่เคยค้างค่าบัตรเครดิตไปหมดแล้ว แต่ยังมีข้อมูลอยู่ในรายงานข้อมูลเครดิตที่จะรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้นและไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขประวัติเดิมได้ หากคุณเคยค้างชำระไว้ ข้อมูลก็จะปรากฏว่า ในเดือนที่คุณค้างชำระว่า “ค้างชำระ”  และเมื่อคุณได้ชำระหนี้ไปแล้ว จะมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาว่า คุณชำระเรียบร้อยแล้วหรือปิดบัญชีแล้ว โดยที่ข้อมูลการค้างชำระเดิมไม่ได้ถูกลบออกไป จนกว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 3 ปี

ดังนั้นผู้ที่มีบัตรเครดิต ไม่ควรมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูงเกินไป จนทำให้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายหลักในการดำรงชีพไม่เพียงพอสำหรับชำระหนี้ ขั้นต่ำในแต่ละงวดภายในระยะเวลาที่กำหนด ควรมีบัตรเครดิตในจำนวนเท่าที่พอเพียงต่อความจำเป็น และควรปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะโดยปกติสถาบันผู้ให้สินเชื่อจะดูขีดความสามารถในการจับจ่ายว่ามีขีด ความสามารถในการชำระหนี้ได้ขนาดไหน หากมีจำนวนบัตรเครดิตมาก แนวโน้มการก่อหนี้ก็จะมีมากขึ้น

คุณสามารถขอดูรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้ โดยการยื่นคำขอที่ส่วนบริหารข้อมูลผู้บริโภค บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือธนาคารนครหลวงไทย ทุกแห่งทั่วประเทศมีค่าธรรมเนียมเพียง 100 บาท หวังว่าจะรักษาเครดิตของตนเองกันได้ดีทุกคนนะครับ.