ชงตั้งแบงก์ที่ดิน งบแสนล้าน เล็งดึงเงินท้องถิ่น

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจาก สศค.ได้จัดสัมมนาระดม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศ พบว่ามีข้อเสนอจากภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้อง

เข้ามาจำนวนมากและมีนัยสำคัญ จึงต้องนำมาปรับปรุงในร่างกฎหมายที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดย

เฉพาะประเด็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสนอว่าอัตราภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ที่จะจัดเก็บในระดับ 0.5% ต่ำเกิน

ไป ทำให้รายได้ที่จัดเก็บลดลง จึงอาจจะขยายเพดานสูงสุดเป็น 1.5% เพื่อให้ท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่มขึ้น

ได้ในอนาคต เพราะในปีแรกนั้น คณะกรรมการที่กำหนดอัตราภาษีจะไม่จัดเก็บภาษีเต็มเพดานอยู่แล้ว

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำจำกัดความชัดเจนนั้น อาจจะกำหนดว่าต้องมีการปลูก

พืช 3 ใน 4 ของพื้นที่จึงเข้าข่ายทำการเกษตร โดยจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาออกมาในอีก 2 ปีข้างหน้าหลังกฎหมาย

มีผลบังคับใช้ เพราะที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะถูกเก็บภาษีในเพดานสูงสุด 0.5% และเพิ่มเป็น 2 เท่าทุกๆ 3 ปี นอกจากนั้น

ในกรณีของที่ดินเปล่าที่เก็บไว้เพื่อรอลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ได้มีข้อเสนอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีเป็น

เชิงพาณิชย์มากกว่าจะคิดอัตราภาษี กรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งคงต้องมาพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

สำหรับข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อเข้าไปรับซื้อที่ดินว่างเปล่าที่จะถูกปล่อยออกมาในตลาด โดยให้เอาเงิน

ภาษีที่ดินมาจัดตั้งและซื้อมาทำประโยชน์ต่อไป ซึ่ง สศค.ต้องพิจารณารูปแบบและวิธีการที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนจะเสนอรัฐมนตรี

ว่าการ กระทรวงการคลังเพื่อเสนอเข้า ครม. โดยเร็วที่สุด

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน