ผล​การสำรวจ "​ความสามารถ​ใน​การผ่อนชำระสิน​เชื่อที

วันที่ 29 กรกฎาคม 2551

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้สำรวจ​ความคิด​เห็นของประชาชนผ่าน   “REIC Web Poll”   บน​เว็ป​ไซต์  www.reic.or.th  ช่วงระหว่างวันที่   16-31 พฤษภาคม 2550 โดยตั้งคำถามว่า  “หากท่านจำ​เป็นต้องขอกู้สิน​เชื่อ​เพื่อที่อยู่อาศัย​ในปีนี้ ท่านคาดว่าจะมี​ความสามารถ​ใน​การผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้ประมาณ​เดือนละ​เท่า ไร”

​เมื่อสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 มีจำนวน​ผู้ร่วมตอบ​แบบสำรวจ 468 ราย พบว่า มี​เพียงร้อยละ 25 ​เท่านั้น ที่สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​เพื่อที่อยู่อาศัย​ในปี 2550 ​ได้ตั้ง​แต่ 10,000 บาทขึ้น​ไป

นอกจากนี้ ร้อยละ 16 สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้ระหว่าง 8,000 - น้อยกว่า 10,000 บาท
ร้อยละ 14 สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้ระหว่าง 6,000 - น้อยกว่า 8,000 บาท
ร้อยละ 20 สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้ระหว่าง 4,000 - น้อยกว่า 6,000 บาท
ร้อยละ 18 สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้ระหว่าง 2,000 - น้อยกว่า 4,000 บาท
​และร้อยละ 7 สามารถผ่อนชำระสิน​เชื่อ​ได้น้อยกว่า 2,000 บาท

​เปรียบ เทียบตัว​เลข​ความสามารถ​ใน​การผ่อนชำระดังกล่าว สอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติ​แห่งชาติที่พบว่า​ในปี 2549 ร้อยละ 64.4 ของครัว​เรือนมีหนี้สิน ​โดย​เฉลี่ยมีหนี้สินครัว​เรือนละ 116,585 บาท ​และ​เป็นหนี้​เพื่อ​การซื้อบ้าน​และที่ดิน คิด​เป็นร้อยละ 33.7 ของจำนวนหนี้สิน​ทั้งหมด​ในครัว​เรือน และตัว​เลขผลิตภัณฑ์มวลรวม​ในประ​เทศ​เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per Capita) ทั่วประ​เทศ​ในปี 2548 จากสำนักงานคณะกรรม​การพัฒนา​การ​เศรษฐกิจ​และสังคม​แห่งชาติ อยู่ที่ประมาณ 109,400 บาทต่อปี ​หรือประมาณ 9,100 บาทต่อ​เดือน

ตลาดสิน​เชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบัน​การ​เงินปัจจุบัน มี​การ​แข่งขัน​โดย​ให้อัตราดอก​เบี้ยจูง​ใจ​ในปี​แรกที่ระดับต่ำกว่าร้อยละ 5 ​และ​ในปีถัด​ไป​ให้ที่ระดับอัตราดอก​เบี้ย MLR ​หรือ MLR ลบตั้ง​แต่ร้อยละ 0.25 ​ซึ่ง MLR ที่ต่ำที่สุด​ในระบบ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 7

ณ ระดับ​การผ่อนชำระที่ประมาณ 10,000 บาท หาก​ผู้บริ​โภคขอกู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัยราคาที่อยู่ระยะ​เวลา 20 ปี ​ในอัตราดอก​เบี้ยร้อยละ 7 จะสามารถกู้​ได้​ในวง​เงิน ประมาณ 1,300,000 บาท ​และหมาย​ถึงสามารถซื้อที่อยู่อาศัย​ได้​ในราคาประมาณ 1,600,000 บาท

ณ ระดับ​การผ่อนชำระที่ประมาณ 8,000 บาท หาก​ผู้บริ​โภคขอกู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัยราคาที่อยู่ระยะ​เวลา 20 ปี ​ในอัตราดอก​เบี้ยร้อยละ 7 จะสามารถกู้​ได้​ในวง​เงิน ประมาณ 1,000,000 บาท ​และหมาย​ถึงสามารถซื้อที่อยู่อาศัย​ได้​ในราคาประมาณ 1,250,000 บาท

ณ ระดับ​การผ่อนชำระที่ประมาณ 6,000 บาท หาก​ผู้บริ​โภคขอกู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัยราคาที่อยู่ระยะ​เวลา 20 ปี ​ในอัตราดอก​เบี้ยร้อยละ 7 จะสามารถกู้​ได้​ในวง​เงินประมาณ 780,000 บาท ​และหมาย​ถึงสามารถซื้อที่อยู่อาศัย​ได้​ในราคาประมาณ​เกือบ 1,000,000 บาท

ณ ระดับ​การผ่อนชำระที่ประมาณ 4,000 บาท หาก​ผู้บริ​โภคขอกู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัยราคาที่อยู่ระยะ​เวลา 20 ปี ​ในอัตราดอก​เบี้ยร้อยละ 7 จะสามารถกู้​ได้​ในวง​เงินประมาณ 500,000 บาท ​และหมาย​ถึงสามารถซื้อที่อยู่อาศัย​ได้​ในราคาประมาณ 620,000 บาท

ณ ระดับ​การผ่อนชำระที่ประมาณ 2,000 บาท หาก​ผู้บริ​โภคขอกู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัยราคาที่อยู่ระยะ​เวลา 20 ปี ​ในอัตราดอก​เบี้ยร้อยละ 7 จะสามารถกู้​ได้​ในวง​เงิน​เพียงประมาณ 250,000 บาท ​และหมาย​ถึงสามารถซื้อที่อยู่อาศัย​ได้​ในราคาประมาณ 310,000 บาท

ดังนั้น ระดับราคาที่อยู่อาศัยที่​ผู้บริ​โภคมี​ความสามารถ​ใน​การซื้อที่​แท้จริง ส่วน​ใหญ่จึงอยู่​ในระดับราคาประมาณ 1.5 ล้านลงมา

อย่าง ไร​ก็ตาม สำหรับ​ผู้ที่ผ่อนชำระสิน​เชื่อที่อยู่อาศัยที่ 6,000 บาทต่อ​เดือนดังกล่าว ​ในปี​แรกของ​การผ่อนชำระจะมีส่วนที่​เป็นดอก​เบี้ยประมาณ 54,000 บาท ​ในช่วงปีที่สองมีส่วนที่​เป็นดอก​เบี้ยประมาณ 52,500 บาท ​ในช่วงปีที่สามมีส่วนที่​เป็นดอก​เบี้ยประมาณ 51,000 บาท ​ในช่วงปีที่สองมีส่วนที่​เป็นดอก​เบี้ยประมาณ 50,000 บาท

ดังนั้น มาตร​การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์​โดย​การ​เพิ่ม​เพดาน​การหักลดหย่อนดอก​เบี้ยสิน เชื่อที่อยู่อาศัยจาก​เดิม 50,000 บาท ​เป็น 100,000 บาทนั้น จึงมีผลต่อ​ผู้กู้สิน​เชื่อที่อยู่อาศัย​ในกลุ่มที่มี​การผ่อนชำระต่ำกว่า 6,000 บาทต่อ​เดือนน้อยมาก และ​ไม่มีผล​เลยสำหรับ​ผู้ที่ผ่อนชำระต่ำกว่า​เดือนละ 5,000 บาท