ตู้เอกสารสไตล์ลอมบาร์ดี

วันที่ 19 กันยายน 2551

ตู้เอกสารสไตล์ลอมบาร์ดี

Homeandi 09.09.2008 12:00
ตู้เอกสารสไตล์ลอมบาร์ดี

เฟอร์นิเจอร์ ที่หลาย ๆ คนมักจะลืมนึกไปก็คือ “ชั้นวางหนังสือ” อาจจะเป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่เน้นใช้งานมากกว่าไม่ค่อยได้โชว์เหมือนโต๊ะ, เก้าอี้หรือโซฟา แต่ลองคิดดูสิถ้าดีไซน์ของชั้นหนังสือในห้องรับแขกของคุณเกิดแลดูไม่เข้ากับ ความงดงามในการตกแต่งห้องของคุณล่ะ?



 

 

เพราะ ชั้นวางหนังสือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยสร้างรสนิยมให้กับการแต่งห้องได้ ดีไซเนอร์อิตาเลียนจึงให้ความสำคัญไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นเหมือนกัน คุณมาร์โก ปานญอนเชลลี รัฐมนตรีที่ดูแลด้านงานบริการ, งานฝีมือและหัตถกรรมประจำแคว้นลอมบาร์ดีให้ความเห็นว่า

 

งาน เฟอร์นิเจอร์ไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหนก็ตาม ดีไซน์ของมันแสดงให้เห็นถึงรสนิยมของผู้ใช้ สร้างความสวยงามและความสร้างสรรค์ให้กับงานตกแต่งได้ รู้อย่างนี้แล้ว ลองไปดูคอลเลคชันชั้นวางหนังสือจากแคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนใต้ประเทศอิตาลีดูนะ


Jeep Libreria (งานดีไซน์ปี 1971)

ออกแบบโดย De Paz, D’Urbino, Lomazzi

บริษัท BBB Emmebonacina

 

เป็น ชั้นวางหนังสือที่ทำจากเรซิน มีความสูงหลายขนาดและหลากสีสัน สามารถเก็บรักษาหนังสือได้เป็นอย่างดีพร้อม ๆ กับเพิ่มความโดดเด่นให้กับมุมห้องรับแขกได้ด้วย โดยเฉพาะถ้าหากนำมาเรียงกันยาวเป็นแถบ เล่นจังหวะความสูงของ Jeep Libreria ไปด้วย

 

สิ่งสำคัญที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ Jeep Libreria ไม่ ทำให้ผนังเป็นรอยขีดข่วนหรือเป็นรู นอกจากนั้นด้วยความที่ทำจากเรซิน การดูแลรักษารวมไปถึงการทำความสะอาดชั้นหนังสือชั้นนี้จึงทำได้อย่างง่ายดาย แถมยังไม่อมฝุ่นอีกด้วย

 

ดีไซเนอร์ ผู้สร้างงานชิ้นนี้ทั้ง 3 คนนั้นเกิดในมหานครแห่งแฟชันอย่างมิลานทั้งสิ้น โดยมาแท็คทีมกันออกแบบด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น โดยตั้งแต่ปี 1966 เป็นต้นมา ทั้ง 3 ทำงานให้กับเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังแห่งดินแดนรองเท้าบู๊ตอย่าง “Zanotta”


Eta (งานดีไซน์ปี 1979)

ออกแบบโดย A.Castiglioni และ P.Ferrari

บริษัท BBB Emmebonacina

 

แค่ รูปร่างหน้าตาก็กินขาดแล้ว ดูสูง ๆ โปร่ง ๆ แต่ก็กิ๊บเก๋ไม่เบา และยิ่งทำจากไม้ด้วยแล้ว การเคลื่อนย้ายจึงสามารถทำได้อย่างง่ายดาย นับว่าเป็นงานที่เจ้าของผลงานอย่างคาสติโญนีกับแฟร์รารีช่วยกันสร้างสรรค์ ออกมาได้อย่างดงาม

 

การ ใช้งานนั้นจะใช้ชิ้นเดียวโดด ๆ ก็สามารถรองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีหรือจะใช้ร่วมกันหลาย ๆ อันก็สามารถดีไซน์ทิศทางได้ในหลายรูปแบบ ทำให้ห้องทำงานดูมีมิติด้วยทิศทางของการตกแต่งด้วย เพิ่มสีสันให้กับการตกแต่งมากขึ้น

 

งานชิ้นนี้ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับวงการออกแบบของอิตาลีก่อนเข้าสูยุคทศวรรษที่ 80 ที่งานในรูปแบบ Post Modern เริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เป็นงานที่เริ่มเน้นรูปแบบ เน้นความแปลกใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งฟังก์ชันการใช้งานไปซะทีเดียว


Spico (งานดีไซน์ปี 1990)

ออกแบบโดย Vico Magistretti

บริษัท Flou

 

ตู้ ที่ทำจากไม้ ฝีมือของดีไซเนอร์คนเก่งอย่างวิโก มาจิสเตรทติ ดูรูปลักษณ์แล้วเหมือนย้อนยุคไป ดูเก่า ๆ และขรึมขลัง ยิ่งใช้สีธรรมชาติด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความเป็นแอนทีคเข้าไปอีก ดีไซเนอร์ออกแบบงานให้มีหลายขนาด สามารถนำมาใช้เป็นตู้ข้างเตียงได้ด้วย

 

สำหรับ ผู้ออกแบบนั้น เขาเกิดในมิลานเมื่อปี 1920 จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมในปี 1945 เริ่มทำงานด้านการออกแบบในสตูดิโอของคุณพ่อ ก่อนที่จะออกมาเป็นผู้คัดสรรงานดีไซน์เพื่อจัดเป็นนิทรรศการที่เมืองมิลาน ซึ่งเป็นนิทรรศการที่จัดแบบ 3 ปีต่อครั้ง

 

มา จิสเตรทติเริ่มต้นออกแบบซีรีส์ของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ของเขาเมื่อย่าง เข้าสู่ทศวรรษ 60 ก่อนจะก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลเกียรติยศสำหรับนักออกแบบอิตาเลียนอย่าง Compassi d’Oro ได้ 2 ครั้งคือเมื่อปี 1967 และปี 1979 ปัจจุบันงานของเขาเป็นที่ยอมรับทั้งในยุโรป, อเมริกาและญี่ปุ่น


Alias (งานดีไซน์ปี 2001)

ออกแบบโดย M.Perego และ F.Lucchese

บริษัท Di Liddo & Perego

 

เป็น งานออกแบบที่งดงามด้วยรูปทรงพร้อม ๆ กับโดดเด่นในเรื่องการใช้งานไปด้วย สามารถนำมาจัดวางให้เข้ากับได้ทุกมุมบ้าน แถมยังช่วยจัดระเบียบให้กับข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ได้อีกด้วย เพราะไม่ว่าจะนำไปวางชิดผนังหรือใช้เป็นฉากกั้น Alias ก็ดูสวยเด้งเสมอ

 

ฟราน เชสโก ลุคเคเซ เกิดใกล้ ๆ กับเมืองเมสสินาเมื่อปี 1960 จบการศึกษาวิทยาลัยสารพัดช่างในเมืองมิลานเมื่อปี 1985 และปีเดียวกันนี้เขาได้รับรางวัลจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในชิ้นงาน “Trasiazione” ซึ่งเป็นงานดีไซน์เก้าอี้

 

ตั้งแต่ปี 1989-1991 ลุคเคเซมาเป็นอาจารย์สอนวิชาการออกแบบอุตสาหกรรมให้กับ Brera Academy ถ่ายทอดวิชากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ให้กับนักศึกษา พร้อมกับถือกำเนิดโปรเจคท์ 200 Years Of Sculpture At Breria” ขึ้นมาเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากมายอีกด้วย