"ทำเล สร้างบ้านนั้น สำคัญไฉน"

วันที่ 19 กันยายน 2551

ทำเลเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการค้าขาย ถ้าใครได้ทำเลที่ดีมักมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับความจริงก็คือ “ทำเลทอง” มักจะหายากยิ่งกว่าเพชร

“ทำเล” ที่ดี  ต้องดู “ชี่” เป็นส่วนประกอบ “ชี่” ของทำเลทอง ต้องเป็นพลัง “หยาง” เท่านั้น คือเป็นพลังที่เคลื่อนไหว ยิ่งเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่  ยิ่งดีมากเท่านั้น

สังเกตดูสิครับ ทำไม “สำเพ็ง” ถึงเป็นย่านทำเลทองอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย นอกจากจะเป็นที่ที่ มีผู้คนมาเดินชอปปิงเลือกซื้อสินค้ามากมาย ขายทั้งปลีกทั้งส่ง รถราก็ติดขัด มีทั้งรถมีทั้งคน “เคลื่อนที่” ไม่หยุด ดูจอแจ วอแว วอกแวกทั้งวัน  นี่เป็นตัวอย่างของ “ชี่” ที่เคลื่อนไหว ที่เราสามารถเห็นด้วยตาเปล่า

แต่สำเพ็งมี “ชี่” อีกอย่างที่เราไม่ค่อยได้สังเกตเห็น  นั่นคือ “ชี่” จากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใกล้ๆ  “พลังน้ำ” จากแม่น้ำทำหน้าที่หล่อเลี้ยงการค้าและธุรกิจในย่านนั้น

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอีกกี่สิบหรืออีกกี่ร้อย ปี “สำเพ็ง” ก็ยังคงเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของประเทศ ยกเว้นแต่แม่น้ำเจ้าพระยาจะเปลี่ยนกระแส หรือเหือดแห้งลงไป     

แล้วคุณละครับ ถ้าจะสมัครเป็นพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ลองมองเรื่อง “ทำเล” ไว้บ้างหรือยัง ถ้ายัง  เดี๋ยวผมขออาสาแนะนำเรื่องทำเล มาให้ “คิด” ดูเล่นๆ ดูแล้วกัน

ถ้าพูดถึงเรื่องทำเล ผมมักจะยกตัวอย่างเรื่องความสำเร็จของคุณตันกับ “ชาเขียว โออิชิ” มาให้ฟังกัน

ตอนที่คุณตันเปิดตัวชาเขียวที่มีชื่อว่า “โออิชิ” ตอนนั้นในตลาดมีชาเขียวอยู่ยี่ห้อหนึ่ง เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว 

คุณตันเป็นอีกหนึ่งท่านที่ไม่เชื่อสุภาษิต นักเลง ที่เขาว่า “ใส่ก่อนได้เปรียบ” แต่แกกลับเชื่อสุภาษิตแก้เกี้ยวอีกอย่างว่า “มาที่หลังจะดังกว่า”

เมื่อคุณตันเชื่ออย่างนี้แล้ว แกมีวิธีหรือเคล็ดลับอย่างไร ที่จะนำพาชาเขียวโออิชิขึ้นบันไดแห่งความสำเร็จได้

แม้ว่าคุณตันจะไม่เคยเฉลยอย่างเป็นเรื่องเป็น ราว แต่แกเคยหลุดปากสัมภาษณ์มาว่า “ผง (ผม) อยากจะขอบคุณแม่ค้าพ่อค้าที่จตุจักรจริงๆ เป็นผู้มีอุปการคุณ ทำให้ชาเขียวโออิชิประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้”

จับจากคำพูดคุณตัน ทำให้เราพอรู้ได้ว่า “ตลาดนัดจตุจักร” เป็น “ทำเล” แห่งความสำเร็จของชาเขียวโออิชิ

จริงๆ แล้วถ้าคุณตันคิดเรื่องทำเลขายชาเขียวเหมือนคนอื่นทั่วไป แกน่าจะมองว่า ถ้าจะเริ่มขายชาเขียวต้องเริ่มที่ร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แล้วลูกค้าก็จะเดินมาหยิบไปลองชิม เมื่อชิมแล้วชอบก็จะบอกต่อๆ กันไป 

แทนที่จะเดินขึ้นบันไดเหมือนชาวบ้านชาวช่อง คุณตันเลือกที่จะใช้ “ลิฟต์”

อย่างแรกคุณตันมองก่อนว่า ที่ไหนที่มีคนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา (ชี่เคลื่อนไหว) ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างเพศต่างวัย ฐานะที่หลากหลายรวยยันจน

ทั้งหลายทั้งปวงเป้าเลยไปตกอยู่ที่ “สวนจตุจักร”

อย่างที่สอง คุณตันแกทำตามความต้องการของลูกค้าใน “ทำเล” ได้อย่างไม่ต้องสงสัย สวนจตุจักรเป็นที่ที่ “ร้อน” มากแห่งหนึ่งของประเทศ  

เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนเดินสวนจตุจักรต้องการก็คือ “น้ำ”

คุณตันตอบโจทย์ข้อนี้ “ผ่าน” ได้เอเลย แกมองว่าถ้าเป็นน้ำต้องเป็นน้ำที่เย็น และถ้าน้ำเย็นต้องทำให้ดูน่าดื่ม คุณตันเลยเอากล่องโฟมใส่น้ำแข็งและแช่ชาเขียวใส่ไว้ 

ใครที่เดินอยู่ร้อนๆ แล้วกระหายน้ำ ไม่เสียเงินซื้อชาเขียวโออิชิดื่มให้มันรู้ไป