วางแผนการเงินและบริหารที่พักอาศัยแบบคนรุ่นใหม่

วันที่ 19 กันยายน 2551

แรกเริ่มเดิมทีนั้น ผมเองตั้งใจจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการตกแต่ง ดูแลและปรับปรุงบ้าน คอนโด หรือจะเป็นที่พักอาศัยในรูปแบบใดก็แล้วแต่ เพื่อให้ที่พักอาศัยของแต่ละท่านนั้น มี ความน่าอยู่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักของสถาปัตยกรรม และ ฮวงจุ้ย รวมถึงมีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักทางวิศวกรรมด้วย แต่แล้วผมก็นึกได้ว่าสิ่งแรกที่หลาย ๆ ท่านคิดอยู่ ก็คือการวางแผนการเงิน สู่การมีที่อยู่อาศัยตามแบบฉบับของแต่ละท่านสักหลังนั่นเองครับ ส่วนเรื่องของการตกแต่ง ดูแลและปรับปรุงบ้าน คอนโด หรือจะเป็นที่พักอาศัย ครั้งหน้าได้อ่านกันแน่นอนครับ

เรื่องที่ผมจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังต่อไปนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ สำหรับบางท่านที่รู้ดีอยู่แล้ว และอาจจะเคยผ่านกระบวนการที่ผมจะกล่าวถึงมาแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ ท่านนะครับ ที่ยังต้องการที่ปรึกษาในเรื่องนี้อยู่ครับ โดยเฉพาะในวัยที่กำลังเริ่มทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวกันอยู่แบบผม ผมเชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีที่พักอาศัยของตัวเองกันทั้งนั้นครับ แต่ก็ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ หากท่านผู้อ่านเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากมีที่พักอาศัยของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้น หรือตั้งหลักตรงไหน ลองติดตามวิธีของผมดูครับ วิธีดังต่อไปนี้สามารถทำได้กับคนทุกสาขาอาชีพครับ ไม่ว่าท่านจะรับราชการ ทำงานกับบริษัทเอกชน หรือแม้การแต่ประกอบอาชีพอิสระ ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาในการกู้เงินที่สุด เพราะแหล่งที่มาของรายได้ไม่แน่นอนนั่นเองครับ

ก่อนหน้านี้ 'ชาลอต โทณวณิก' ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เคยแนะว่า เราควรคิดวางแผนมีที่พักอาศัยของตัวเองตั้งแต่เริ่มรับเงินเดือนเดือนแรกเลย ซึ่งจะเป็นการวางแผนระยะยาวที่จะซื้อที่พักอาศัยว่า ในอีก 2 ปี 5 ปี ข้างหน้า หรือแม้แต่ 10 ปีข้างหน้า การวางแผนก็คือ การที่อาจจะแบ่งเงินประมาณ 10% ของรายได้ อาจเริ่มออมด้วยการฝากเงินอย่างต่ำเดือนละพันบาท เก็บไว้ในบัญชีธนาคาร ขอแนะนำให้เก็บเข้าบัญชีธนาคารทุกเดือน เพราะจะเป็นการสร้างเครดิตให้กับตนเองด้วย เมื่อยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ธนาคารเห็นว่าผู้ยื่นขอกู้มีการออมเงินมาตลอด จะช่วยสร้างเครดิตให้ได้ และถ้าคุณออมอย่างมีวินัย สิ่งที่คุณจะได้รับคือ เวลาขอกู้เงิน คุณจะได้วงเงินกู้ 80 เท่าของเงินงวด แถมได้ดอกเบี้ยถูกกว่าทั่วไปอีกด้วย การออมแบบนี้ถือว่าเป็นสร้างประวัติทางการเงินไปในตัว เพราะ เมื่อมีเงินออมส่วนหนึ่งแล้ว หากสนใจจะซื้อที่พักอาศัยก็จะสามารถนำเงินออมใช้เป็นเงินดาวน์ได้ หรือหากทางโครงการมีการให้ดาวน์นานพอ เงินที่สะสมไว้จะได้นำไปใช้ตกแต่งบ้านได้ การออมแบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ การซ้อมผ่อนนั่นเองครับ เหมือนเราเอาเงินเข้าบัญชีค่าผ่อนที่พักอาศัยทุกเดือน การออมแบบนี้เป็นการสร้างแทรค เรคคอร์ด ให้กับตัวเอง คือ การสร้างประวัติทางการเงินที่ดีให้กับตัวเอง เป็นการการันตีให้แบงก์เห็นว่าเรามีศักยภาพและมีวินัย ในการแยกเงินหนึ่งก้อนออกมาใส่ให้แบงก์ได้ทุกเดือนอย่างมีวินัย การออมอันนี้ จะทำให้แบงก์เห็นว่า คุณมีวินัยทางการเงิน สามารถรับผิดชอบเอาเงินมาเข้าบัญชีได้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นเวลาผ่อนบ้านคุณก็น่าจะทำได้เช่นกัน

เมื่อวางแผนเรื่องการออมของคุณจนลงตัวแล้ว สิ่งที่คุณต้องคิดต่อมาก็คือ การวางแผนขยับขยายเรื่องที่อยู่อาศัยของคุณอย่างเป็นระบบ คุณอาจจะเริ่มต้นชีวิตทำงานด้วยการเช่าคอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ คุณควรทำให้ช่วงเวลาที่ต้องเช่าที่พักอาศัยนี้สั้นที่สุด คุณอาจจะเริ่มด้วยการเก็บเงินไปดาวน์คอนโดขนาดเล็กก่อน ซึ่งเดี๋ยวนี้ในท้องตลาดคอนโดขนาดเล็กนั้นคุณผ่อนแค่เดือนละ 3000บาทเท่านั้น ซึ่งก็พอ ๆ กับค่าเช่า ปัญหาจึงอยู่ที่เงินดาวน์ของคุณเท่านั้นครับ การผ่อนคอนโดนั้นเหมือนกับการออมเงินของเราไว้นั่นเอง และเมื่อจ่ายเงินจนครบ ทรัพย์สินก็เป็นของเรา ยิ่งถ้าราคาของทรัพย์สินเพิ่มขึ้นก็ถือว่าเป็นมูลค่าเพิ่ม ไม่เหมือนการเช่าที่เงินจะกลายเป็นรายจ่ายไปทุกเดือน เมื่อผ่อนคอนโดหลังนี้เสร็จแล้วคุณก็มีทางเลือกที่จะขยับขยายไปสู่คอนโดที่ ใหญ่กว่า โดยการขายคอนโดอันแรกนี้ ได้เงินก้อนมาดาวน์ที่ใหม่ที่ใหญ่กว่าหรือจะปล่อยให้เช่าต่อก็ทำให้มีรายได้ อย่างสม่ำเสมอมาช่วยในการผ่อนคอนโดหลังใหญ่ ก่อนที่คุณจะขยับขยายไปสู่บ้านเดี่ยว หรือที่พักอาศัยแบบอื่นที่คุณฝันไว้ วิธีที่ผมเล่าให้ฟังนี้เป็นแค่ตัวอย่างครับ บางท่านอาจจะมีวิธีที่พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ของแต่ละท่านได้ครับ ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าหากเราวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบขั้น ตอนแล้วหล่ะก็ การจะมีที่พักอาศัยเป็นของตนเองซักหลังก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ พอคุณมีบ้านแล้ว ฉบับหน้ามาดูกันว่าเราจะจัดการกับบ้านเรายังไงกันดีครับ

 

แหล่งที่มาของข้อมูล: แปลนบ้าน