ข่าว อสังหา/หมู่บ้านจัดสรร

พีชญา วัฒนามนตรี อนาคตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

วันที่ 6 กันยายน 2552

รายงานโดย : เรื่อง อนุสรา ทองอุไร ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ใครจะเชื่อเด็กกะโปโลสูงผอม จากอดีตนักบาสเกตบอลของโรงเรียน ที่ไม่ค่อยจะได้สัมผัสใกล้ชิดกับคำว่าสวยงามสักเท่าไหร่

ดู ผิวเผินอาจคล้ายกับทอมบอยด้วยซ้ำไป มาวันนี้เธอเป็นสาวสวยเจ้าของรางวัลรองอันดับ 1 มิสทีนไทยแลนด์ 2006 ควบตำแหน่งขวัญใจช่างภาพอีกด้วย



น้อง มิน-พีชญา วัฒนามนตรี สาวสวยวัย 19 ปี คือสาวสวยที่เรากำลังพูดถึง ตอนนี้เธอกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) คณะ Arts Business English การเรียนของน้องก็ไม่ธรรมดาเพราะอยู่ในระดับ 3 กว่า ทุกวันนี้น้องมินให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นอันดับ 1 เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการเรียน ถือว่าเรียนดีมาตั้งแต่เด็กเพราะขณะเรียนอยู่แค่ชั้นม.4 น้องมินก็ได้ทุนไปเรียนโครงการแลกเปลี่ยนที่ มอนทานา สหรัฐอเมริกา ถึง 1 ปีเต็ม เมื่อจบมัธยมปลายน้องมินก็สอบติดคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่อยากมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็เลยสละสิทธิไป

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

สาว น้อยหน้ารูปไข่คนนี้ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยคมคายไม่น้อย และแน่นอนเธอคงไม่รอดพ้นสายตาบรรดาแมวมองทั้งหลาย แม้จะอยู่ไกลถึงขอนแก่น ก็อุตส่าห์มีคนเห็นความน่ารักสดใสของเธอจึงชักชวนมาประกวดมีสทีนไทยแลนด์ และเธอก็ไม่ทำให้ใครผิดหวังเมื่อสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 ปีเดียวกับนางเอก อาเมเรีย จาคอป มาได้ ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่ ม.6 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เรียกว่าเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกล ต้นจริงๆ น้องมินเล่าว่า เธอมีคุณย่าเป็นนางงามประจำจังหวัดขอนแก่น แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็ก แต่น้องมินก็ไม่ได้ถูกเลี้ยงอย่างคุณหนู แม่อยากให้ลูกเข้มแข็งเป็นผู้ใหญ่ได้เห็นโลกกว้าง คุณพ่อคุณแม่จึงยอมให้เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ โดยอยู่หอกับญาติอีกคนที่เรียนอยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอห่างเหินกับครอบครัว เพราะเธอกลับบ้านเกือบทุกเดือน มาอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ต้องปรับตัวมากนัก เพราะเคยปรับใหญ่ๆ มาแล้วตอนไปเรียนที่อเมริกาซึ่งถือว่าตอนนั้นยากไปหมด เพราะภาษาก็ยังไม่ค่อยดี

เพิ่งรู้จักแต่งตัว

น้อง มิน สารภาพว่า “หนูไม่ใช่ผู้หญิงสวยหวานอะไรเลย เมื่อก่อนนี้ไม่ค่อยรักสวยรักงามอะไรเลย แต่งตัวก็ไม่เป็น เพิ่งมารู้จักแต่งตัวเป็นสาวหวานก็ตอนมาประกวดนี้ล่ะค่ะ ที่ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น และพี่ๆ ที่ดูแลเขาบังคับว่าให้แต่งตัวสวยๆ เสียบ้าง หนูเพิ่งมาแต่งตัวเป็นก็ตอนมหาวิทยาลัยนี่แหละค่ะ ถือว่ากองประกวดให้ประสบการณ์ที่ดีกับหนูหลายอย่าง ทั้งการแต่งตัว ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์”

แม้ว่าการขึ้นเวทีประกวดจะให้ประสบการณ์ ที่ดีกับเธอหลายอย่าง แต่ใครจะชวนเธอไปประกวดเวทีอื่นๆ อีกตอนนี้ เธอบอกว่าไม่เอาแล้ว แค่ครั้งเดียวก็พอ เพราะอยากทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนมากกว่า เพราะอยากจะเรียนจบให้ได้ภายใน 4 ปี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะวิชาที่เธอเรียนเป็นธุรกิจที่ต้องมีศัพท์เทคนิคด้านการค้าเยอะ เธอจึงต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเรียนถึง 4 ปีครึ่ง ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะได้รับปากกับคุณพ่อคุณแม่ไว้ว่าต้องเรียนให้จบภายใน 4 ปี แล้วต้องเรียนไม่ให้ต่ำกว่าเกรด 3 ซึ่งเธอรับปากแล้วต้องพยายามทำให้ได้

อยากทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ส่วน งานในวงการบันเทิง ตอนได้ตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาเธอไม่มีงานอะไรเลย เพราะโรงเรียนที่ขอนแก่นไม่อนุญาต แต่ตอนนี้เรียนปี 2 แล้วพอปรับตัว ปรับเวลาได้ จึงเริ่มรับงาน ก็มีงานโฆษณาเล็กน้อย แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด ก็คือการเป็นนางเอกละครของวิก 7 สี กับละครตอนเช้าเรื่องปลาบู่ทอง เธอรับบทเอื้อย-อ้าย นางเอกของเรื่อง คงจะได้เห็นผลงานของเธอเร็วๆ นี้

น้อง มิน บอกว่าเมื่อเรียนจบหากยังมีงานในวงการบันเทิง เธอก็อาจจะขอลองสักระยะ โดยเฉพาะงานด้านพิธีกรที่เธอสนใจเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็เลยฝึกปรือด้วยการเป็นพิธีกรให้กับงานของมหาวิทยาลัยไปพลางๆ ก่อน แล้วจะไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านการตลาด หลังจากนั้นก็คงไปช่วยธุรกิจของครอบครัวทางด้านอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อ สร้างที่ขอนแก่น บ้านเกิด

อ่านการ์ตูนคลายเครียด

แม้ ว่าชีวิตของน้องมิน จะดูราบรื่นไม่มีอุปสรรคปัญหาอะไร แต่น้องมินบอกว่าก็มีบ้างตามประสาวัยรุ่น แต่ก็พยายามไม่เครียดไม่คิดมาก พยายามแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็นอนให้หลับไปเสียก่อน ตื่นมาค่อยว่ากัน จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน แบบว่าปิดสวิตช์ตื่นมาค่อยเปิดสวิตช์แก้ไขกันทีหลัง ถ้าไม่หลับก็ร้องไห้ซะเลยจะได้สบายใจ ระบายความอัดอั้นออกมากับน้ำตา หรือไม่ก็อ่านการ์ตูนให้อารมณ์ดีขึ้น สุดท้ายแก้ไขอะไรไม่ได้ก็โทร.ไปปรึกษาคุณแม่หรือคุยกับเพื่อน เธอว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอมองโลกแง่ดีไว้ก่อนช่วยได้

ทางสายกลางดีที่สุด

น้อง มิน กล่าวว่าแม้จะมาใช้ชีวิตชาวหอ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง อย่าหลงระเริงในอิสรเสรีมากเกินไป เพราะเธอมองว่าวัยรุ่นสมัยนี้มีอิสระมากเกิน จนเผลอใช้อิสรภาพในทางที่ผิด เธอว่าทางสายกลางดีที่สุดไม่มากไปหรือน้อยไป รวมไปถึงความมั่นใจ ก็ควรมีแต่พอดีๆ เช่นกันต้องควบคุมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเอาไว้ให้ได้ อย่าเดินนอกกรอบเกินไป ต้องมีสติ และเป็นตัวของตัวเองอย่างถูกที่ถูกเวลา

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ (6 กันยายน 2552)