ขาลงของคอนโดฯ ขาขึ้นของทาวน์เฮ้าส์

ทาวน์เฮ้าส์ มีการพัฒนาขายในเดือนล่าสุดถึง 50% ของยอดที่อยู่อาศัย
ตามคาด คือ จุดแข็งที่สุดของที่อยู่อาศัยประเภทนี้ก็คือ ต้นทุนการก่อสร้างต่อ ตรม.ต่ำสุด
"ข้อดีของทาวน์โฮม คือ
1. ราคาขายต่อ ตรม.ต่ำสุด....เพราะต้นทุนต่ำ ทำให้ราคาขายอยู่ที่ 1.5-2.5 หมื่นต่อตรม.เท่านั้น
ขณะที่คอนโดฯ ขายอยู่ที่ 4.5-5 หมื่นต่อตรม.ขึ้นไป แม้ในทำเลบริเวณใกล้เคียงกัน
ถ้าแถวชานเมืองไกลๆ ทาวน์โฮมขายที่ 1.5 หมื่นต่อตรม. แต่คอนโดฯ ที่ 3-4 หมื่น
ถ้าแถวบางนา บางกะปิ ทาวน์โฮมจะขายที 2 หมื่นต่อตรม. แต่ คอนโดฯ ที่ 4-5 หมื่นต่อตรม.
แต่ถ้าแถวสาทรตัดใหม่ ทาวน์โฮมของ AP ขายที่ 2.5 หมื่นต่อตรม. คอนโดฯ ขายที่ 6-8 หมื่นต่อตรม.

2. มีที่จอดรถ fix ใกล้ๆ มากๆ คืออยู่หน้าบ้านเลย 2 คัน ขณะที่คอนโดฯ ไม่รู้จะได้จอดกันพอไหม
แถมจอดรถไว้ก็ไม่รู้ว่าคนไม่ชอบขี้หน้าจะแอบมากรีดรถเมื่อไหร่

3. ค่าส่วนกลางเพียง 4 บาท ต่อตรม. ขณะที่คอนโดใหม่ๆ ราว 30-40 บาทต่อตรม.
ถ้าเป็นห้องใหญ่ คอนโดฯ ต้องเสียเงินตรงนี้เพิ่มถึงเดือนละ 4-5 พันบาท ทาวน์โฮมจ่ายแค่ 600-800 บาทเท่านั้น

4. เป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะติดกับห้องข้างๆ อาจเพียงด้านเดียวสำหรับหลังมุม ขณะที่คอนโดนี่ "ซ้ายขวาบนล่าง" ติดทุกด้าน

ข้อเสียก็คือ ไกลเมือง น้ำมันแพง เสียค่าทางด่วนมาก
แต่ตอนนี้ TH ก็เริ่มปิดข้อเสียนี้แล้ว ด้วยการสร้างโครงการใกล้ "รถไฟฟ้า"
เพื่อให้สะดวกกับการเดินทางในอนาคตครับ ซึ่งก็ดูเหมือนเริ่มมีหลายบริษัทนำกลยุทธ์นี้มาใช้แล้ว
LH,AP,PF เปิดตัวทาวน์โฮม "bann mai" "Urbanion" และ "เดอะวิลล่า"
ซึ่งจะอยู่บริเวณใกล้รถไฟฟ้า BTS หรือไม่ก็ Airport Link
ปีนี้คงไม่ใช่ปีทองของคอนโดแนวรถไฟฟ้า แต่อาจเป็นปีทองของทาวน์โฮมแนวรถไฟฟ้า
แค่ความคิดเห็นส่วนตัวครับ

จากคุณ ฝั่งธน วันที่ 7 สิงหาคม 2551


ความคิดเห็น
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีขนาดนั้น ที่จะมีบ้านใหญ่ชานเมือง 5 ล้าน และ คอนโดในเมืองอีก 5 ล้านแบบนั้น
รวมเฟอร์แล้วต้องใช้เงินถึงกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป
ผมจึงคิดว่าแทนที่จะมี 2 บ้านวิ่งไปวิ่งมา ทาวน์โฮมแนวรถไฟฟ้าน่าจะเป็นคำตอบได้ ราคาก็น่าจะ 3-4 ล้านเท่านั้นเอง
เพราะ พท.ใช้สอยมาก อยู่ได้เป็นครอบครัว และ ใกล้รถไฟฟ้าทำให้ประหยัดน้ำมัน
ค่าส่วนกลางก็ต่ำกว่าคอนโดหลายเท่าตัวนะครับ

ก็แค่คิดว่า ด้วยงบประมาณแบบนี้ คนที่คิดจะซื้อบ้านแค่หลังเดียว ควรจะซื้ออะไร
เพื่อให้อยู่ในพท.กว้างขวาง ประหยัดน้ำมันและค่าส่วนกลาง
คำตอบก็เลยเป็น "ทาวน์โฮมแนวรถไฟฟ้า" นั่นเอง
จะเห็นตรงกับผมหรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้
AP ทำอยู่แล้ว ในชื่อ Urbanion มีทั้งใกล้ airport link และ BTS
การจัด shuttle ส่งให้ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS ก่อนส่วนต่อขยายจะมาถึงด้วย
LH ก็ทำในนาม Bann Mai ซึ่งก็อยู่ใกล้สถานีบ้านทับช้าง ของ airport link พอสมควร
PF ก็ทำ เดอะวิลล่า ออกมาขายใกล้สายมีม่วง และ ตรง "พัฒนาการ" ซึ่งไปได้ทั้งสถานีรามคำแหง และ หัวหมาก
แน่นอนว่าสินค้าพวกนี้ เป็นคู่แข่งโดยตรงกับคอนโดฯ ห้องใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง
และได้เปรียบกว่า ในแง่ประเด็นที่ผมเขียนไว้ข้างต้น
ไม่ได้ดูถูกสติปัญญาใครเลยครับ เพราะรู้ว่าสำหรับระดับมหาเศรษฐีแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก จะซื้อบ้านใหญ่ๆ คอนโดหรูๆ
กี่หลังก็ได้..... ไม่มีปัญหาเลยครับ

แต่สำหรับผู้ที่อยากใช้ชีวิตพอเพียงแล้ว...... ต้องการอยู่บ้านแค่หลังเดียว
ทำอย่างไรจึงจะลงตัวได้..... คำตอบมันก็ออกมาแนวนี้ ผมจึงคิดว่ามันเป็นยุคทองของสินค้าประเภท "ทาวน์โฮมแนวรถไฟฟ้า"
ซึ่งอาจไม่ใช่ก็ได้ อย่างไรก็ดี TH ผลิตออกขายถึง 50% ของยูนิตที่อยู่อาศัยทั้งหมด จากปกติราว 20% เท่านั้น
มันก็พอบอกเป็นนัยๆ แล้วละครับ
จากคุณ คนฝั่งธน - 7/8/2551 17:02:00

บ้านอยู่ใกล้รถไฟฟ้า Air Port Link ถ้า่ค่าโดยสารเข้าเมือง กะคร่าวๆ ว่า คนละ 70 บาท

ที่บ้านเข้าเมือง 4 คน พ่อแม่ลูก 280 บาท ไปกลับ วันละ 560 เดือนหนึ่งเดินทาง 22 วัน

ก็ 12,320 บาท นี่ยังไม่รวมค่าต่อรถ คิดซะว่า เดินมาขึ้นรถไฟฟ้า ลงจากสถานี เดินไปทำงานหรือเรียน

ซึ่งในความเป็นจริง ก็คงทำไม่ได้ ไหนจะ เสาร์อาทิตย์ เดินทางเข้าเมืองบ้างเป็นบางครั้ง

อยากชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่าย สำหรับบ้านที่ว่าอยู่ไกลหน่อย แต่ว่าจะอาศัยรถไฟฟ้าเข้ามาในเมือง

ไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพียงแต่อยากให้มองให้ละเอียดหน่อย ก่อนตัดสินใจเท่านั้น....
จากคุณ vichupa - 7/8/2551 17:03:00